|
เดิมเมื่อยังไม่ได้จารึกพระธรรมลงเป็นตัวหนังสือ ก็ใช้ความทรงจำและท่องบ่นสั่งสอน หรือเล่าสู่กันฟังต่อๆ ไป เป็นการกุศลที่ประกาศพระธรรมส่วนหนึ่ง แต่ครั้นเมื่อมีการเขียนพระไตรปิฏกลงในใบลานแล้ว ใครมีศรัทธา ก็หาต้นฉบับคัดลอกต่อๆ มา ตามแต่จะได้ เมื่อสร้างแล้ว
ก็ถวายพระไว้ตามวัดเพื่อเป็นแบบสำหรับเล่าเรียน
หรือสำหรับท่านให้ทานธรรม คือเทศน์ให้คนฟังต่อๆ ไป โดยมากเขียนลงไว้ในใบลาน และสร้างตู้ไว้สำหรับเก็บรักษา โดยมากเป็นตู้ลายรดน้ำทำอย่างประณีต ที่ประดับมุกก็มี บางวัดสร้างหอไตร คือหอสำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฏก ก็ทำนองหอสมุดของเราในสมัยนี้ เดี๋ยวนี้พระคัมภีร์ไตรปิฏก และตู้พระธรรมที่งามๆ มีรวมอยู่ในหอพระสมุดสำหรับพระนคร คือ หอพระสมุดวชิรญาณ มาก ข้อนี้เป็นเครื่องแสดงให้ปรากฎว่า ประเทศไทยมีความนิยมในพระพุทธศาสนามาก และพระพุทธศาสนาย่อมเจริญมาแล้วโดยลำดับ ถึงในสมัยปัจจุบันนี้ มีการพิมพ์หนังสือเจริญขึ้น การสร้างพระธรรมก็สร้างด้วยให้พิมพ์เป็นอักษรไทยขึ้นอีกแผนกหนึ่ง ส่วนการที่จารลงในใบลานก็ยังคงมี นับว่าการสร้างพระธรรมย่อมแพร่หลาย เป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ถาวร และประกาศสั่งสอนกันให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
นอกจากการสร้างพระธรรม ยังมีการสร้างรูปพระพุทธเจ้าไว้สำหรับเป็นที่เคารพกราบไหว้ รูปพระพุทธเจ้าย่อมมีอยู่ทุกวัด ในบ้านก็มี องค์ใหญ่ๆ เอาไว้ในโบสถ์ เรียกว่า พระประธาน หล่อด้วยโลหะต่างๆ บ้าง ปั้นด้วยอิฐปูนบ้าง ทำด้วยไม้และอื่นๆ บ้าง ที่ถือว่าเป็นของประณีตประเสริฐที่สุดนั้น
ก็คือ พระแก้วมรกต
ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
แต่การสร้างพระพุทธรูปนี้ให้เข้าใจไว้ว่า ผิดกับสร้างพระธรรม พระธรรมยิ่งสร้างมากยิ่งช่วยให้ธรรมแพร่หลาย เพราะคนได้อ่านได้ฟังมากเข้าและสะดวกเข้า แต่การสร้างพระพุทธรูปนั้น ถ้าเกินต้องการก็เปลืองเปล่า ถ้ายิ่งไม่รักษาไว้ในที่ควรเคารพบูชาด้วยแล้ว ก็ยิ่งกลับเป็นบาป
เหตุฉะนั้นเราสร้างพระพุทธรูปเฉพาะแต่ที่ต้องการพระพุทธรูปดีกว่า

จากหนังสือพระพุทธศาสนา โดย มหาอำมาตย์ตรี พระยาภักดีนฤเบศร์ เมษายน ๒๕๒๐
|